ประวัติและความเป็นมา
คำขวัญประจำจังหวัด
"กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ เลื่องลือมรดกโลก"
1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์และยุคเริ่มแรก
จากการขุดค้นทางโบราณคดี พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณลุ่มแม่น้ำปิง เช่น ขวานหินขัดและเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้มีความอุดมสมบูรณ์มาอย่างยาวนาน
2. สมัยสุโขทัย (ยุคทองของกำแพงเพชร)
กำแพงเพชรมีฐานะเป็น "เมืองลูกหลวง" ของอาณาจักรสุโขทัย โดยมีชื่อเดิมที่ปรากฏในหลักฐานว่า "เมืองชากังราว" และ "เมืองนครชุม"
เมืองนครชุม: ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง มีโบราณสถานที่สำคัญคือ "วัดพระบรมธาตุนครชุม"
เมืองชากังราว: ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออก (ฝั่งตัวเมืองปัจจุบัน) มีการสร้างกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งด้วยศิลาแลง จนเป็นที่มาของชื่อ "กำแพงเพชร" ซึ่งหมายถึงกำแพงที่แข็งแกร่งดั่งเพชร
ในสมัย พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) ทรงสถาปนาพระบรมธาตุและปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เมืองนครชุม ทำให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่สำคัญ
3. สมัยอยุธยา
เมื่อสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง กำแพงเพชรจึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรอยุธยา โดยทำหน้าที่เป็น "เมืองหน้าด่าน" ทางตอนเหนือ เพื่อสกัดกั้นกองทัพพม่าที่มักจะยกทัพมาตามเส้นทางนี้ เนื่องจากชัยภูมิของเมืองมีกำแพงศิลาแลงที่หนาแน่นและมั่นคงมาก
4. สมัยรัตนโกสินทร์
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กำแพงเพชรยังคงเป็นเมืองสำคัญทางการทหาร จนกระทั่งในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้มีการปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค กำแพงเพชรจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดตามระบบมณฑลเทศาภิบาล
มรดกโลกและอุทยานประวัติศาสตร์
ในปัจจุบัน อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก (World Heritage) โดย UNESCO ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย เนื่องจากมีโบราณสถานที่โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่ใช้ "ศิลาแลง" เป็นหลัก เช่น:
วัดพระแก้ว: ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโบราณ
วัดพระนอน: ที่มีเสาศิลาแลงขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
วัดช้างล้อม: ที่มีเจดีย์ทรงระฆังล้อมรอบด้วยรูปปั้นช้าง
เกร็ดน่ารู้: คำขวัญประจำจังหวัดคือ "กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน สมนามเมืองกำแพงเพชร"