คุณเคยเห็นภาพกระสุนปืนที่ยิงลงน้ำ แต่กลับกระดอนขึ้นฟ้าเหมือนมีสปริงซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำไหม? ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่มายากล และไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่มันคือหลักการฟิสิกส์ที่เรียกว่า "Ricochet" (การแฉลบ) ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาความเชื่อหลายทศวรรษในลุ่มน้ำโขง
ทำไมกระสุนถึงไม่จม? เปิดทฤษฎี "ผิวน้ำพิฆาต"
ตามปกติเรามักคิดว่าน้ำนั้นอ่อนนุ่ม แต่สำหรับวัตถุที่พุ่งมาด้วยความเร็วเหนือเสียงอย่างกระสุนปืน น้ำจะเปลี่ยนสถานะเสมือนเป็น "กำแพงแข็ง" ในเสี้ยววินาทีที่เกิดการกระทบ หากมุมที่ยิงลงไปนั้น "ลาดต่ำ" พอ (Low Angle) แรงดันมหาศาลใต้หัวกระสุนจะสร้างแรงยกที่ดีดให้กระสุนพุ่งกลับขึ้นสู่จุดที่แรงต้านน้อยกว่า นั่นก็คืออากาศนั่นเอง
จากคลิปไวรัล สู่ปริศนา "บั้งไฟพญานาค"
ปรากฏการณ์แฉลบนี้เองที่นักวิทยาศาสตร์นำมาใช้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงในคืนวันออกพรรษา โดยมีตัวแปรสำคัญ 3 ประการ:
* ตลิ่งที่สูงชัน: ภูมิประเทศของแม่น้ำโขงมีลักษณะเป็นตลิ่งสูง เมื่อมีการยิงปืนจากฝั่งหนึ่งลงสู่แม่น้ำ มุมตกกระทบจึงมักจะลาดน้อยกว่า 20 องศา ซึ่งเป็น "มุมทองคำ" ที่ทำให้เกิดการแฉลบได้ง่ายที่สุด
* ความลับของ "กระสุนส่องวิถี" (Tracer Rounds): กระสุนชนิดนี้มีสารเรืองแสงที่ท้ายกระสุน เมื่อยิงออกไปจะเห็นเป็นดวงไฟพุ่งเป็นทางยาว หากมันแฉลบผิวน้ำกลางแม่น้ำ คนที่มองจากฝั่งตรงข้ามจะเห็นเป็นลูกไฟ "พุ่งขึ้นจากใจกลางน้ำ" โดยมองไม่เห็นทางยาวของกระสุนที่วิ่งมาจากอีกฝั่ง
* ความเงียบที่หลอกตา: เนื่องจากระยะห่างของแม่น้ำโขงที่กว้างขวาง ประกอบกับเสียงอื้ออึงของฝูงชนและเสียงพลุ ทำให้เสียงปืนจากฝั่งตรงข้ามจางหายไป เหลือเพียงภาพดวงไฟที่ผุดขึ้นจากน้ำอย่างปริศนา
บทสรุปของสายตาและศรัทธา
แม้ว่าความเชื่อเรื่องพญานาคจะเป็นความศรัทธาที่หยั่งรากลึก แต่ในมุมมองของฟิสิกส์ "การแฉลบของกระสุนส่องวิถี" คือคำอธิบายที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนที่สุดสำหรับภาพถ่ายวิถีโค้งของลูกไฟที่นักวิชาการบันทึกได้มาตลอดหลายปี
สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ: ไม่ว่าจะเป็นปาฏิหาริย์หรือฟิสิกส์ ปรากฏการณ์นี้ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า "น้ำ" สามารถเปลี่ยนวิถีของ "เหล็ก" ได้ และความจริงนั้นมักจะน่าทึ่งกว่าที่เราคิดเสมอ





